20260320_2 ส่องร่องรอย ๑๐๐๑ ปี #ยุทธนาวีราเชนทรโจฬะพิชิตศรีวิชัย ... วันนี้ทำนี้ ให้เมืองโบราณครับ TodayWorkForMuangBoranJournal ... #1001YearsTheCholaConquerSrivijaya
ส่องร่องรอย ๑๐๐๑ ปี #ยุทธนาวีราเชนทรโจฬะพิชิตศรีวิชัย
... วันนี้ทำนี้ ให้เมืองโบราณครับ
TodayWorkForMuangBoranJournal ... #1001YearsTheCholaConquerSrivijaya
(20260320_2 เพื่อแผ่นดินเกิด)
การไป #แดนทมิฬ รอบนี้ ที่พาเพื่อพี่น้องไปกันมานั้น
สำหรับผมถือเป็นการเยือนระลึก ๑๐๐๑ ปียุทธนาวีนี้ครับ
สองสามวันนี้ น่าจะขลุกอยู่กับนี้ เพื่อส่งพี่ Sudara Suchaxaya ครับผม
โดยวางกรอบขอบเขตไว้ตามนี้ครับ ...
มุ่งหลักฐานประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พบ
เปรียบเทียบกันระหว่างอินเดียใต้กับคาบสมุทรไทยภาคใต้
เนื่องในจังหวะ ๑๐๐๑ ปี ที่ #ราเชนทรโจฬะ ทำ #ยุทธนาวีกับศรีวิชัย
โดยจะมี ๓ แง่มุม ๑) ความสัมพันธ์กันก่อนเกิดยุทธนาวี ปี ๑๕๖๘, ๒) กรณียุทธนาวี, ๓) ความคลี่คลายหลังยุทธนาวี ...
และชวน Bīravijñ Koad กับคณะ ที่เพิ่งศึกษามาร่วมเขียนด้วย
นี้ที่กำลังเริ่มครับ ...
ส่องร่องรอย ๑๐๐๑ ปี ยุทธนาวีราเชนทรโจฬะพิชิตศรีวิชัย
ในงานการศึกษาค้นคว้าว่าด้วย #รอยลูกปัด ของผู้เขียน ที่ตีพิมพ์เป็นหนังสือเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๕๒ ผู้เขียน (บัญชา พงษ์พานิช) ได้สรุปเป็น ๕ ข้อค้นพบ พร้อม ๔ ข้อสมมุติฐานที่ล้วนต้องการการศึกษาค้นคว้าและพิสูจน์ต่อ ประกอบด้วย ๕ ข้อค้นพบ คือ (๑) พัฒนาการของลูกปัดจากหลักฐานในดินแดนภาคใต้ตอนบนที่มีความหลากหลายและต่อเนื่องถึง ๑,๐๐๐ ปี ในพื้นที่ ๕ จังหวัดประกอบด้วย ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี และ กระบี่ (๒) มีหลักฐานการผลิตลูกปัดเป็นการใหญ่บนแผ่นดินภาคใต้ตอนบน ทั้งหิน โลหะ และแก้ว โดยเฉพาะทองคำ (๓) มีความคาบเกี่ยวยุคสมัยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๔ จนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๕ (๔) มีความสัมพันธ์เชิงการค้าข้ามทวีปบนดินแดนนี้เมื่อ ๒,๐๐๐ กว่าปีที่แล้ว และ (๕) พบร่องรอยพัฒนาการของระบบคุณค่า ความเชื่อ ศรัทธาและศาสนา ทั้งฮินดู พุทธ โซโรแอสเตอร์ ยิว คริสต์ และอิสลาม
ส่วน ๔ ข้อสมมมุติฐานที่เสนอประกอบด้วย (๑) การแบ่งกลุ่มยุคสมัยและอาณาบริเวณได้เป็น ๓ ยุคสมัย ๔ อาณาบริเวณของสถานีการค้าและผลิตเครื่องประดับสืบเนื่องกันกว่า ๑,๐๐๐ ปี คือ ๑ – กลุ่มเขาสามแก้ว ท่าชนะและภูเขาทอง ๒ - กลุ่มคลองท่อม บางกล้วย ควนบางโรและท่าชนะ และ ๓ – กลุ่มทุ่งตึก ตะกั่วป่ากับแหลมโพธิ์ ไชยา (๒) คนอินเดียคือกลุ่มหลักในการขับเคลื่อนขบวนการผลิตและค้าขาย (๓) ที่ตั้งของตะโกลาที่อาณาบริเวณฝั่งอันดามันบริเวณปากแม่น้ำตะกั่วป่า คุระ กระและคลองท่อม กับกันโตลิ ศรีวิชัยและผันผัน ที่อาณาบริเวณอ่าวบ้านดอน และ (๔) เหตุแห่งการสิ้นไปของการผลิตและค้าขายลูกปัดบนคาบสมุทรภาคใต้ตอนบน ที่เสนอว่ามีความเป็นไปได้สูงสุดว่าภัยสงครามใหญ่เมื่อ ๑๐๐๑ ปีที่แล้ว (พ.ศ.๑๕๖๘) เมื่อครั้งมหายุทธนาวีของพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ ๑ คือปัจจัยสำคัญ ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ คือภัยจากโรคระบาด ภัยธรรมชาติเช่นสึนามิ ภัยจากการเปลี่ยนเส้นทางการค้าข้ามทวีป รวมทั้งการโยกย้ายทิ้งถิ่นให้บ้านเมืองร้างลง
เฉพาะกรณียุทธนาวีของพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ.๑๕๖๘ ผู้เขียนได้เสนอไว้ว่า “ ... สมมุติฐานนี้เป็นสมมุติฐานที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับหนักแน่นเพียงพอ นอกจากการคิดคาดคะเนจากคำถามของแทบทุกฝ่ายว่ารุ่งเรืองและร่ำรวยขนาดนี้ แล้วทำไมอยู่ดี ๆ เรื่องราวและร่องรอยของลูกปัดเหล่านี้จึงหายสาบสูญไปเมื่อประมาณ ๑,๐๐๐ ปีที่แล้ว โดยไม่เหลือความทรงจำใด ๆ แม้แต่เรื่องราวเล่าขาน ไม่มีประวัติศาสตร์ ไม่มีตำนาน จะมีก็เพียงเรื่องเล่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ในทำนองว่าเรือล่ม (ที่เขาสามแก้ว) หรือทุบทิ้งเผาเมือง (ที่คลองท่อม) รวมกับอีกหลายตำนานเกี่ยวกับการนำแก้วแหวนเงินทองไปร่วมสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ที่นครศรีธรรมราชซึ่งยังปรากฏประจักษ์พยานในพุ่มดอกไม้แก้วดอกไม้ทองสักการบูชาและกรงลูกปัดแก้วของพุ่มข้าวบิณฑ์บนปลายปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์ ...”
ในรอยลูกปัด ผู้เขียนสรุปเสนอไว้ว่า “ ... มีหลักฐานการเกิดสงครามใหญ่ในคาบสมุทรภาคใต้เมื่อประมาณ ๑๐๐๐ ปีที่แล้ว คือเมื่อครั้งมหายุทธนาวีของพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ ๑ จากอินเดียใต้เมื่อปีพุทธศักราช ๑๕๖๕ - ๑๕๖๘ ซึ่งจารึกไว้ที่มหาเทวาลัยแห่งตันชอร์ (ตันจาวูร์) ว่า ‘ … หลังจากส่งทัพเรือขนาดใหญ่ไปท่ามกลางทะเลอันปั่นป่วนและจับกุมพระเจ้าสังกรมวิชยศตุงควรมัน กษัตริย์แห่งกฑารัมได้ ... ’ พร้อมกับเอาชนะ ๑๒ เมือง ในดินแดนศรีวิชัย ประกอบด้วยปันนาย-Pannai มไลยูร์-Malaiyur มยิรุดิงกัม-Mayirudingam อิลังคาโศกัม-Illangasokam มาปปัปปาลัม-Mapappalam เมวิลิมบังคัม-Mevilimbangam วาไลยพันดุรุ-Valaippanduru ตะไลตักโกลัม-Talaittakkolam มาทมาลิงคัม-Madamlingam อิลามุรีเทศัม-Ilamuridesam นักกะวารัม-Manakkavarman และ กฑารัม-Kadaram
มหายุทธนาวีดังกล่าวกินเวลาถึง ๓ ปี ตีได้ ๑๒ เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนี้สรุปว่าอยู่บนคาบสมุทรไทย-มลายู ๖ เมือง อยู่บนเกาะสุมาตรา ๕ เมือง และอยู่ในอ่าวเบงกอลมหาสมุทรอินเดีย ๑ เมือง มี ๖ เมืองที่มีชื่อพ้องต้องกันกับชื่ออื่นในอดีตและในปัจจุบัน มีการสรุปกันอย่างกว้าขวางแล้ว คือ มไลยูร์-มลายู อิลังกาโศกัม-ลังกาสุกะ ตะไลตักโกลัม-ตะโกลา มาทมาลิงคัม-ตามพรลิงค์ นักกะวารัม-หมู่เกาะนิโคบาร์หรือนาควารี และ กฑารัม-เคดะห์ “ ... โดยมีนานาหลักฐานทางประวัติศาสร์โบราณคดีสนับสนุนสมมุติฐานข้อนี้ กล่าวคือ ก่อนหน้านั้นดินแดนศรีวิชัยและอินเดียใต้มีความสัมพันธ์กันสูง มีจารึกแผ่นทองแดง (Leiden Copper Plate) ระบุว่าในรัชสมัยของพระเจ้าโจฬะราชาราชะที่ ๑ (พ.ศ.๑๕๒๘ - ๑๕๕๕) ต่อเนื่องสมัยพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ ๑ (พ.ศ.๑๕๕๕ - ๑๕๘๗) เมื่อปี พ.ศ.๑๕๔๘ ได้มีการสร้างจุฑามณีวรมวิหาร (Chudamani varmavihara) ที่นาคาปัฏตินัม (Nagapattinam) โดยพระเจ้าจุฑามณีวรมัน กษัตริย์แห่งกฑารัม จนแล้วเสร็จในสมัยพระโอรส พระเจ้ามารวิชโยตุงค์วรมัน (Maravijayoyyunga varaman) โดยในระหว่างปี พ.ศ.๑๕๕๗ - ๑๕๖๑ หรือเพียง ๔ ปีก่อนหน้ามหายุทธนาวี ยังมีบันทึกการกัลปนาถวายของพระเจ้ากรุงศรีวิชัยต่อมหาวิหาร ส่วนสาเหตุแห่งสงครามไม่เป็นที่ประจักษ์ชัด นักประวัติศาสตร์โบราณคดีสันนิษฐานว่าอาจจะเพื่อแสดงแสนยานุภาพ ขยายอาณาเขต หรือคุ้มครองเขตผลประโยชน์การค้าของพ่อค้าชาวโจฬะในดินแดนศรีวิชัยซึ่งรุ่งเรืองมากในช่วงนั้น ส่วนสงครามอื่นกับนครรัฐต่าง ๆ ในเอเชียอาคเนย์ก็อาจจะเป็นได้เช่นกัน โดยในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเวลาถอถอยของศรีวิชัยพอดี ... “
กำลังนี้จะเอาอีกงานของ William Dalrymple ที่เพิ่งออกหนังสือ #TheGoldenRoad หนา ๔๘๒ หน้า มาเมื่อปี ๒๕๖๗
นัยว่าจะชูอินเดียเป็นเจ้าเส้นทางสายทองคำแข่งเส้นทางสายไหมของจีน
และเจาะลึกยุทธนาวีนี้ไว้สนุกดีมาคลี่แล้วค่อยขมวดครับ
อย่าพลาดติดตามอ่านในเมืองโบราณฉบับหน้าโน้นนะครับผม
สำหรับภาพนี้ คือที่ #มหาวิหารแห่งราชาราชะโจฬะ ที่สร้างไว้ในช่วงนั้น
โดย #ราเชนทรโจฬะ ได้ขนสมบัติต่าง ๆ จากศรีวิชัยและที่อื่น ๆ
มาสร้างและบวงสรวงถวายทวยเทพไว้ทั้งที่นี้และอีกหลายวิหาร
ที่สำคัญคือ ทรงให้จารึกวีรกรรมมหายุทธนาวีไว้ตรงแถวที่ผมไปนั่งส่องอยู่นั้นแหละครับ
สำหรับ ๒ รูปประติมากรรมนั้น เขาว่าคือรูปองค์ราชาราชะผู้พ่อ และ ราเชนทรโจฬะผู้ลูกครับ
๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙ ๑๒๐๐ น.
บ้านบวรรัตน์ ท่าวัง เมืองนคร
https://www.facebook.com/photo?fbid=2056378965257215&set=pcb.2056388388589606




