Skip to main content

facebook search

หลักธรรม หลักฐานพุทธศาสนา รอยลูกปัด หลักฐานสุวรรณภูมิ ถิ่นธรรมเมืองนคร และ เที่ยวมีเรื่องกับหมอบัญชา
03 November 2026

20261029_3 ๕ ประเด็นปรารภรับพระคณะนี้เมื่อเช้า 5 WelcomingNotesForTheMonks

๕ ประเด็นปรารภรับพระคณะนี้เมื่อเช้า

5 WelcomingNotesForTheMonks

(20261029_3 การพระศาสนา)

เช้านี้ที่พระท่านนัดมาพบกันเป็นครั้งแรก

ของพระที่เข้าร่วมโครงการ #พระแลกเปลี่ยนบาลีสันสกฤต ปีนี้ รุ่นที่ ๕

โดยผมได้รับโอกาสกล่าวต้อนรับสั้น ๆ

จึงยกจาก ๕ ประเด็นในหนังสือและสิ่งที่ทำกันมา มี

#พระและวัดพุทธในอินเดีย ของท่าน อ.สุเชาวน์ พลอยชุม มมร.

#พระคุณของอินเดียที่มีต่อไทย ของท่านอาจารย์พุทธทาส

กับ #หนึ่งจุดหมายหลายเส้นทาง / #พระแลกเปลี่ยนบาลีสันสกฤต / #การเรียนรู้สู่ธรรมวาที ที่ #สวนโมกข์กรุงเทพ ทำกันมาจะ ๑๕ ปีนี้แล้ว

หนึ่ง)

ผมเริ่มด้วยข้อปรารภท้ายเล่มในหนังสือของท่าน อ.สุเชาวน์ ที่ท่านกำหนดชื่อบทว่า

การศึกษาเพื่อศรัทธา พัฒนาสู่การศึกษาเพื่อปัญญา แล้วขึ้นต้นย่อหน้าชวนคิดว่า

#เมื่อพระพุทธศาสนามีทีท่าว่ากำลังจะเสื่อมลง ...

คือวัดได้พัฒนาจากการเป็นศูนย์กิจกรรมของพระสงฆ์และเป็นศูนย์วัฒนธรรมทางศาสนา

กลายเป็นศูนย์เพื่อการศึกษาเรียนรู้และศูนย์วิชาการทางศิลปศาสตร์ !!!

ซึ่งเท่าที่ติดตามสัมผัสและสนองงานพระท่านเรื่อยมาก็เอะใจว่าพระท่านกำลังทำอะไรกัน

หรือเป็นอย่างนี้ที่ท่าน อ.สุเชาวน์ กำลังสรุปส่งท้ายเล่ม ???

เท่าที่ผมอ่านและจับความ อ.สุเชาวน์ ตั้งกระทู้ถึงพัฒนาการในเรื่องนี้

จากหลายงานแต่ก่อนโดยเฉพาะจากบันทึกของ ฤาเหียน เหี้ยนจัง และ อี้จิง

ไว้ประมาณนี้ครับ

๑) แต่เดิมการศึกษาของวัดทั้งหลายก็คือ ศึกษาพระธรรมวินัยหรือศึกษาศาสนาเท่านั้น เพื่อสร้างพระสงค์ที่สมบูรณ์แบบ ... เรียกว่า คุรุกุละ ... ที่เรียกว่านิสัย ... เพียงแค่เรียนเพื่อเชื่อเท่านั้นยังนับว่าไม่ถึงเกณฑ์ตามที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้เพื่อความเป็นภิกษุที่สมบูรณ์ที่เรียกว่าพหูสูตหรือบัณฑิต ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ารอบรู้พระธรรม พร้อมที่จะเผยแพร่พระศาสนาให้แพร่หลายไป และพร้อมที่จะกำราบปรับวาท

๒) พระภิกษุผู้เป็นพหูสูตหรือเป็นบัณฑิตนั้นจำต้องรู้เรื่องราวของลัทธิศาสนาอื่นด้วย

๓) การแบ่งภิกษุเป็นสองฝ่าย คือฝ่านคันถธุระกับฝ่ายวิปัสสนาธุระนี้ จะพบได้ก็เฉพาะในคัมภีร์อรรถกถา (ของลังกา) ที่เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ ๕ และในคัมภีร์อื่น ๆ ที่มิใช่พระไตรปิฎกเท่านั้น ความเชื่อที่ว่าการศึกษาหรือปริยัติธรรมเป็นรากฐานของพระศาสนานั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ในลังกา ... ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ของวัดทั่วไป

๔) ในระหว่าง ๒ ศตวรรษตามบันทึกของ ๒ นักธรรมจาริกจากจีน คือฟาเหียนกับเฮี่ยนจังนั้น วัดจำนวนมากซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งการศึกษาได้พัฒนาไปเป็นอันมาก กระทั่งปรากฏภาพลักษณ์เป็นเสมือนโรงเรียนกินนอน ... อี้จิงแบ่งพวกคฤหัสถ์ที่มาอาศัยอยู่ในวัดเป็น ๒ พวก คือ เรียกว่า มาณพ .. พรหมจาริน ...

๕) วัดบางวัดที่พัฒนาขึ้นเป็นสำนักการศึกษา ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในราวคริสต์ศตวรษที่ ๖ - ๗ นั้น ได้มีการจัดองค์กรในรูปแบบที่เรียกว่ามหาวิทยาลัย ...

ต่อจากนี้ท่านจะขยาความของ ๕ มหาวิทยาลัย

คือนาลันทา โอทันตปุระ วิกรมศิลา โสมปุระ และ ชคัตทละ ที่จะทยอยอ่านต่อ

แต่อดนึกถึงการพระพุทธศาสนาบ้านเราเวลานี้ไม่ได้ ...

... มีที่ท่าว่ากำลังจะเสื่อมลงด้วยอีกแล้วไหม ??? ... หรือว่าเสื่อมลงแล้ว ???

สอง)

แล้วผมก็ชวนนึกถึงที่ท่านอาจารย์พุทธทาสเขียนไว้ให้พวกเราระลึกถึงบุญคุณของอินเดีย

เพราะถ้าไม่มีอินเดีย พระพุทธศาสนาก็ไม่รู็จะไปเกิดที่ไหน แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมาถึงพวกเราที่ไทยไหม

ท่านอาจารย์พุทธทาสบอกว่าพวกเราควรที่จะได้ร่วมด้วยช่วยกันตอบแทนคุณอินเดียในแนวทางต่าง ๆ

รวมทั้งร่วมกันหนุนนำพระพุทธศาสนาให้คืนกลับสู่อินเดีย

สาม)

พวกเราที่สวนโมกข์กรุงเทพ ได้รับชวนจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ร่วมคณะไปธรรมศาลา (๒๕๕๔)

และต่อมาได้นิมนต์พระองค์ร่วมกิจกรรมเสวนาหนึ่งจุดหมายหลายหนทางที่นิวเดลี (๒๕๕๕)

ได้กราบเรียนและสนทนากับองค์ดาไลลามะ ที่ท่านเคยมาเมืองไทยและได้พบกับท่านอาจารย์พุทธทาส

พระองค์ทรงตรัสย้ำหลายครั้งถึงการสานสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างกัน แต่พวกเราไม่มีกำลังพอ โดยเฉพาะผู้ที่จะประสานจัดทำ

สี่)

๑๐ ปีต่อมา ท่าน Mahayano Aun ก็บุกมาถึงสวนโมกข์กรุงเทพ บอกว่าท่านเริ่มกันแล้วและต้องการให้พวกเราเข้าไปมีส่วนร่วม

ทั้ง ๆ ที่ลังเลว่าเป็นมาอย่างไรแน่ รู้แต่ว่าสำคัญยิ่ง ตอบรับและปวารณาไป

แต่ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ยังรู้ไม่เท่า

จนถึงรุ่นที่ ๓ จึงรับร่วมเต็มตัว โดยมีท่านเจ้าคุณพรหมโพธิวงศ์ รับเป็นร่มให้

ห้า)

งานนี้พวกเราไม่ได้มองเป็นเพียงงานพระแลกเปลี่ยนโดยลำพัง

แต่วางให้เป็นหนึ่งในงานการเรียนรู้สู่ธรรมวาที ที่เคยเริ่มกันไว้เมื่อกว่า ๑๐ ปีก่อน

โดยได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อสมเด็จปยุตโต ว่าหัวในหนึ่งที่พวกเราควรทำ

คือถวายงานพระท่านเพื่อเป็นธรรมวาที ที่ไม่ใช่เพียงพูดธรรมบอกธรรมได้

แต่ต้องรู้ธรรมและมีธรรมด้วย

งานนี้ มีท่าน เตช ปัญญา #พระมหาขุนพล สมจิตโต #pharmahafookit  #พระครูเมธังกร ฯลฯ เป็นเจ้าการหลัก

ท่านมุ่งเสริมการเรียนรู้ในหมู่พระที่อาจจะมีส่วนร่วมปรับการเสื่อมลงของพระพุทธศาสนา

ตามที่ท่าน อ.สุเชาว์ปรารถไว้ก็ได้ครับ

จึงขอกราบขอบพระคุณพระคุณเจ้าที่สนใจมาเข้าร่วม

พร้อมกับกราบขอบพระคุณคณะพระเจ้าการ ตลอดจนภาคีพี่น้องที่มาร่วมอาสารับใช้พระในโครงการนี้

๒๙ ตุลา ๖๙ ๒๓๐๐ น.

บทส.กทม.

https://www.facebook.com/photo/?fbid=2254205452141231&set=pcb.2254230598805383

29100312910032291003329100342910035