Skip to main content

facebook search

หลักธรรม หลักฐานพุทธศาสนา รอยลูกปัด หลักฐานสุวรรณภูมิ ถิ่นธรรมเมืองนคร และ เที่ยวมีเรื่องกับหมอบัญชา
26 September 2026

20260925_2 ร่วมเรียนรู้อีกมงคลของแผ่นดินนี้ ReLearnOnBeyondBeads

ร่วมเรียนรู้อีกมงคลของแผ่นดินนี้

ReLearnOnBeyondBeads

(20260925_2 รอยลูกปัด)

ขอบคุณเพจสยามเทศะ ที่ช่วยขยายต่อขอบเขตความรู้

ที่พวกผมฉงนฉงายตั้งแต่คราวตามรอยลูกปัดที่คอคอดกระ

แล้วถูก อพท.ตามตัวไปศึกษาที่อู่ทอง

มี ๓ อ.เป็นหลักช่วย คือ อ.ศรีศักร อ.ผาสุก และ อ.ภูธร

จนออกมาเป็นงานอู่ทองที่รอการฟื้นคืนนี้

คราวนั้นพบสร้อยเส้นนี้ในกรุเก่าของชาวที่นั่นท่านหนึ่ง

แรก ๆ ผมนี้ไม่ยอมเชื่อว่าใช่

แต่ในที่สุดก็ต้องยอมจำนนเมื่อบริบทแวดล้อมรองรับสนับสนุนการพบจริงที่จอมบึง

นี้ที่บุรพชนท่านทำฝากไว้ครับ

#รอยลูกปัด ที่จอมบึง ราชบุรี ตามนี้ครับ ...

ไขปริศนา “สร้อยลูกปัดจอมบึง” ของสะสมที่เปลี่ยนความเข้าใจประวัติศาสตร์ไทย

.

ในพื้นที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ชาวบ้านได้ค้นพบลูกปัดและโบราณวัตถุต่าง ๆ มาเป็นเวลานาน โดยจากการสอบถาม พระครูผ่อง เจ้าอาวาสวัดเกาะนัมทาราม พบว่ามีผู้รับซื้อลูกปัดจากชาวบ้านมาเก็บรักษาไว้จำนวนมาก ข้อสันนิษฐานของลูกปัดจาก “บ้านปากบึง” และ “บ้านหัวทะเล” นี้ ได้ถูกส่งต่อไปยัง นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช ผู้ซึ่งได้เชิญชวนนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศมาร่วมศึกษาเชิงลึก จนนำไปสู่การค้นพบความสำคัญของแหล่งผลิตและคุณค่าของเครื่องประดับเหล่านี้

.

สร้อยลูกปัดจากจอมบึงมีความน่าแปลกและถูกบันทึกไว้ในหนังสือ “อู่ทองที่รอการฟื้นคืน” ของ นพ.บัญชา พงษ์พานิช เนื่องจากมีลักษณะคล้ายคลึงกับลูกปัดที่พบทางคาบสมุทรแถบเขาสามแก้ว โดยลูกปัดที่พบมีหลากหลายรูปร่างที่เป็นสัญลักษณ์มงคล เช่น ตรีรัตนะ, รูปสัตว์ต่าง ๆ (นกกระปูด, นกคุ่ม, วัว, ช้าง, เป็ด-ไก่, เต่า, สิงห์หางยาว, สัตว์เลื้อยคลาน, ปลาคู่), สังข์, หม้อน้ำ, ลูกปัดที่มี 6 กลีบแบบที่นิยมเรียกกันว่า “เม็ดมะยม”, พระจันทร์เสี้ยว, วัชระ และคทา นอกจากนี้ยังพบลูกปัดแบบดวงตา (Eye Beads) และลูกปัดฝังเส้นสีขาว (Etched Beads) อีกด้วย

.

ความน่าสนใจยิ่งขึ้นปรากฏในการค้นพบที่ทั้งจอมบึงและโคกพริก :

.

การปรับใช้เทคโนโลยีท้องถิ่น : มีการพบลูกปัด "ตรีรัตนะ" ที่ทำจากหินแกรนิต ซึ่งไม่ใช่หินกึ่งรัตนชาติ แสดงถึงการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีของช่างท้องถิ่นให้เข้ากับวัตถุดิบหินแกรนิตที่มีอยู่อย่างแพร่หลายในพื้นที่เหมืองบนที่สูง �.

ลูกปัดรูปบุคคลยืน : ลักษณะประสานมือด้านหน้าหรืออุ้มสิ่งของ ไว้ผมมวย และอ้าปาก คล้ายนักบวชกำลังเปล่งเสียงอำนวยพร ซึ่งอาจเป็นรูปแบบของนักบวชหรือพระภิกษุรูปแรกที่เข้ามาในดินแดนนี้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญต่อการตีความทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี

.

บทสรุปทางประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า สัญลักษณ์มงคลทางพุทธศาสนาบนลูกปัดเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมที่รับมาจากอินเดีย โดยเดินทางผ่านชุมชนชายฝั่งอันดามันและอ่าวไทยบริเวณคอคอดกระ อีกทั้งเส้นทางภูมิศาสตร์จากจอมบึงยังสามารถเดินทางตามลำน้ำภาชี ขึ้นเหนือออกทางด่านบ้องตี้ เพื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองทวายชายฝั่งอันดามันและอ่าวเบงกอลได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบว่ามีความสัมพันธ์กับการค้าและการทำเหมืองแร่ดีบุกบนที่สูง

.

ของสะสมในแคตตาล็อกของ นพ.บัญชา พงษ์พานิช จึงไม่ใช่เพียง “ของแปลก” ในตู้โชว์ แต่คือ “แผนที่ทางวัฒนธรรม” ที่ร้อยเรียงเส้นทางของพ่อค้าและนักบวชจากอนุทวีปอินเดีย ผ่านอันดามัน-ด่านบ้องตี้-ลำน้ำภาชี-จอมบึง-คลองแม่น้ำอ้อม-โคกพริก และสิ้นสุดลง ณ สุสานยุคต้นพุทธกาลในตำบลคุ้งกระถิน

.

บรรยายภาพ : สร้อยลูกปัดร้อยรูปร่างต่างๆ จากบ้านปากบึงและบ้านหัวทะเล อ.จอมบึง — ของสะสมของ นพ.บัญชา พงษ์พานิช ที่ถูกเขียนถึงในหนังสือ ‘อู่ทองที่รอการฟื้นคืน’

…

(เรียบเรียงจาก “ตามหาร่องรอยสุวรรณภูมิที่โคกพริกและคูบัว ชมศิลปกรรมทางพุทธศาสนาในยุคสุพรรณภูมิ-อโยธยาที่เมืองราชบุรี” โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ – มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์)

…

#เดินทางเพื่อเรียนรู้ #มูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #จากคูบัวถึงราชบุรี #ทวารวดี #สุวรรณภูมิ #จอมบึง #ลูกปัด

๒๕ กย.๖๙ ๐๙๕๐ น.

สู่ดอนเมืองครับ

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1107103018378371&set=a.220519933703355

2509021